วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

การแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน


บริบทของภัยแล้ง

ภัยแล้งเป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะนำความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมมาสู่ประเทศชาติ
และประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งทางด้านการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และด้านการเกษตรที่ต้องต้อง
พึ่งพาธรรมชาติประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณท์แปรรูปทางการเกษตรที่สำคัญในตลาดโลก
      แต่ในช่วงที่ผ่านมาผลผลิตสินค้าเกษตรของประเทศลดลง เช่น ในปีที่ผ่านมา (2548) การผลิตภาคเกษตรได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทําให้เกิดปัญหา Supply Shock ในภาคเกษตร โดยบางปัจจัยเป็นผลสืบเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2547 อาทิ ปัญหาภัยแล้งที่ค่อนข้างรุนแรง ธรณีพิบัติภัย (สึนามิ) และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกล่าวได้
ว่าภัยแล้งมีผลกระทบโดยตรงต่อการลดลงของผลผลิตทางด้านการเกษตร และมีผลกระทบทางอ้อม ได้แก่การทิ้งร้างที่ดินทำกิน การอพยพละทิ้งที่อยู่อาศัยไปหางานทำในเมือง ซึ่งได้ก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ
สังคม และวัฒนธรรม ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
   นิยามภัยแล้ง
 
        มีการให้คำจำกัดความของภัยแล้งไว้มากมายแต่โดยรวมแล้วมีความหมายใกล้เคียงกัน ซึ่งหมายถึงภัย
ธรรมชาติอันเกิดจากการมีฝนตกน้อยหรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลทำให้เกิดสภาวะการขาดแคลนน้ำในพื้น
ที่ใดพื้นที่หนึ่งทั้งด้านน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรซึ่งเป็นสาเหตุให้พืชพรรณต่างๆได้รับผลกระทบ
ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโตผลผลิตไม่สมบูรณ์เกิดความเสียหายทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
 
   ภัยแล้งในประเทศไทย
 
        สำหรับภัยแล้งในประเทศไทยส่วนใหญ่เกิดจากฝนแล้งและทิ้งช่วงซึ่งฝนแล้งเป็นภาวะปริมาณฝนตก
น้อยกว่าปกติหรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลโดยแต่ละปีจะเกิดขึ้นได้ 2 ช่วงได้แก่ช่วงฤดูหนาวต่อเนื่อง
ถึงฤดูร้อน ซึ่งจะเริ่มจากครึ่งหลังของเดือนตุลาคมเป็นต้นไป บริเวณประเทศไทยตอนบน   (ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก) จะมีปริมาณฝนลดลงเป็นลำดับ ยกเว้นภาคใต้
จนกว่าจะย่างเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของปีถัดไปซึ่งภัยแล้งลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็น,
ประจำทุกปี และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ส่วนภัยแล้งอีกช่วงหนึ่งมักเกิดขึ้นในช่วง
กลางฤดูฝน คือ ประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม จะมีฝนทิ้งช่วง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉพาะท้องถิ่น
หรือบางบริเวณ แต่บางครั้งก็อาจครอบคลุมพื้นที่กว้างเกือบทั่วประเทศไทย
 
   สาเหตุการเกิดภัยแล้ง
 
        จากการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้มีการขยายพื้นที่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม
และที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและเป็นเหตุให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการกระทำของมนุษย์ที่มีส่วนก่อให้เกิดความรุนแรงของการขาดแคลนน้ำซึ่งเป็น
        สำหรับภัยแล้งทางด้านการเกษตรมีสาเหตุและปัจจัยสำคัญอยู่ 2 สาเหตุ คือ สาเหตุจากธรรมชาติเช่น
ฝนทิ้งช่วงปริมาณน้ำฝนน้อย ดินมีความสามารถในการเก็บกักความชื้นต่ำ ปริมาณน้ำใต้ดินมีน้อยเป็นต้น
และสาเหตุจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การตัดไม้ทำลายป่าการใช้ประโยชน์จากน้ำทำให้ปริมาณน้ำใน
อ่างเก็บน้ำลดลง ระบบการเพาะปลูก ความถี่ของการเพาะปลูก เป็นต้น
 
   ภัยแล้งทางการเกษตรของประเทศไทย
 
        สามารถแบ่งออกเป็นภัยแล้งที่เกิดขึ้นในสภาพพื้นที่เกษตรน้ำฝนและที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรชลประทาน
ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
             1. ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรน้ำฝน เป็นสภาวะที่เกิดจากการขาดแคลนน้ำสำหรับการเพาะปลูก
ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงฤดูแล้งมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชในช่วงระยะเวลาต่างๆ เป็นผลให้พืชชะงัก
การเจริญเติบโต ผลผลิตลดลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของชาติโดยรวม
             2. ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรชลประทาน ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ส่งน้ำสำหรับการเพาะปลูกแต่สภาวะ
ที่เกิดการขาดแคลนน้ำสำหรับการเพาะปลูกในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของช่วงการเพาะปลูกพืชสามารถเกิดขึ้น
ได้เช่นกันเช่นปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีน้อย หรือสัดส่วนการใช้น้ำด้านอื่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลกระทบให้การ
เจริญเติบโตของพืชชะงักทำให้ผลผลิตพืชลดลงหรือตายไปในที่สุด กระทบต่อเกษตรกรโดยตรงและเศรษฐกิจของชาติโดยรวม
 
   ผลกระทบจากภัยแล้ง
 
        ภัยแล้งสร้างความเสียหายและผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้
             1. ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม การเกิดภัยแล้งอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติตื้นเขิน ระดับน้ำใต้ดินเปลี่ยนแปลง พื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์เกิดความแห้งแล้ง เกิดการกัดเซาะของหน้าดิน และการทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์ของที่ดิน
             2. ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ผลผลิตด้านเกษตรกรรม และอตุสาหกรรมลดลง รวมทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เช่น ผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพต่ำ ทำให้ราคาผลผลิตลดลง เกิดความยากจน และเกิดการสูญเสียจากการทิ้งร้างที่ดิน
             3. ผลกระทบทางด้านสังคม เกิดการละทิ้งถิ่นฐานเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ เกิดผลกระทบในด้านสุขภาพอนามัย การจัดการคุณภาพชีวิตลดลง และเกิดความขัดแย้งในการใช้น้ำ
มาตรการและแนวทางการจัดการพื้นที่ประสบภัยแล้ง
 
        การป้องกันและการจัดการกับปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีจะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งมาตรการและแนวทางการจัดการพื้นที่ประสบภัยแล้งสามารถแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะสั้น จะดำเนินการในฤดูแล้งหรือช่วงที่เกิดภัยแล้งขึ้นเป็นการเฝ้าระวังและติดตามและเตือนภัยล่วงหน้าบริเวณพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งส่วนใน ระยะยาว นั้นเป็นการเสนอแนะแนวทางการป้องกันและการจัดการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์

ระยะสั้น
             1. การเตือนภัยแล้งในช่วงฤดูแล้ง ผ่านทาเว็บไซต์ http://www.ldd.go.th/web_irw/index.htm
             2. เฝ้าระวังพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งซ้ำซากเป็นพิเศษ
             3. รายงานสรุปพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยแล้งหรือเสียหายเพื่อประเมินความเสียหายและให้การช่วยเหลือ
                 เบื้องต้น

ระยะยาว
             1.ฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งโดยการส่งเสริมการอนุรักษ์ดินและน้ำเพิ่มการปกคลุมดินโดยการปลูก
                พืชคลุมดินหรือพืชปุ๋ยสด และการปลูกหญ้าแฝกเพื่อลดการชะล้างพังทลายของดิน
             2.การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในไร่นาโดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทานเพื่อให้เกษตรกรใช้เก็บกัก
                น้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและเป็นการช่วยเพิ่มระดับน้ำใต้ดินด้วย
             3.เพิ่มอินทรีย์วัตถุในดินเพื่อเป็นการเพิ่มช่องว่างในดินทำให้ดินสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ และเพิ่มความอุดม
                สมบูรณ์ของดิน โดยใช้สารเร่งพ.ด ต่างๆ
             4.การเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่จะมีการเพาะปลูกพืชเพื่อให้เกษตรกรได้มีการวางแผนให้สอดคล้องกับ
                ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่
             5.การจัดระบบการปลูกพืชที่เหมาะสม เช่นการปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อย และคัดเลือกพันธุ์พืชที่ทนแล้ง
                เหมาะสมกับท้องถิ่น
             6.การรักษาฟื้นฟูพื้นที่ป่าโดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารรวมทั้งการปลูกไม้ยืนต้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับ
               พื้นที่
(ที่มา กลุ่มวางแผนการจัดการที่ดินในพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตร กองนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์)


การแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน
ดาวน์โหลด : http://library2.parliament.go.th/giventake/content_nrcinf/nrc2557-article43.pdf
(ขอขอบคุณ สิตาวีร์ ธีรวิรุฬห์ วิทยากรช านาญการพิเศษ กลุ่มงานบริการวิชาการ 3 ส านักวิชาการ
สำนังานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร)

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้น โดยนายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ​

เนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ เบื้องต้น 270 มาตรา

ดาวน์โหลดร่างรัฐธรรมนูญ http://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/draftconstitution2/download/article/article_20160130212136.pdf

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีประหยัดพลังงานเพื่อชาติ


วิธีประหยัดพลังงานช่วยชาติของคนไทย

วิธีประหยัดน้ำมัน 

1. ตรวจตราลมยางเป็นประจำ เพราะยางที่อ่อนเกินไปนั้น ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่ายางที่มีปริมาณลมยางตามที่มาตรฐานกำหนด

2. สับเปลี่ยนยาง ตรวจตั้งศูนย์ล้อตามกำหนด จะช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกมาก

3. ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อต้องจอดรถนานๆ แค่จอดรถติดเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที ก็เสียน้ำมันฟรีๆ 200 ซีซี

4. ไม่ควรติดเครื่องทิ้งไว้เมื่อจอดรถ ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่ขึ้นของ ลงของ หรือคอยคน เพราะการติดเครื่องทิ้งไว้ เปลืองน้ำมันและสร้างมลพิษอีกด้วย

5. ไม่ออกรถกระชากดังเอี๊ยด การออกรถกระชาก 10 ครั้ง สูญเสียน้ำมันไปเปล่าๆ ถึง 100 ซีซี น้ำมันจำนวนนี้รถสามารถวิ่งได้ไกล700 เมตร

6. ไม่เร่งเครื่องยนต์ตอนเกียร์ว่างอย่างที่เราเรียกกันติดปากว่าเบิ้ลเครื่องยนต์ การกระทำดังกล่าว 10 ครั้ง สูญเสียน้ำมันถึง 50 ซีซี ปริมาณน้ำมันขนาดนี้รถวิ่งไปได้ตั้ง 350 เมตร

7. ตรวจตั้งเครื่องยนต์ตามกำหนด ควรตรวจเช็คเครื่องยนต์สม่ำเสมอ เช่น ทำความสะอาดระบบไฟจุดระเบิด เปลี่ยนหัวคอนเดนเซอร์ ตั้งไฟแก่อ่อนให้พอดี จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 10%

8. ไม่ต้องอุ่นเครื่อง หากออกรถและขับช้าๆ สัก 1-2 กม. แรกเครื่องยนต์จะอุ่นเอง ไม่ต้องเปลืองน้ำมันไปกับการอุ่นเครื่อง

9. ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด เพราะเครื่องยนต์จะทำงานตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หากบรรทุกหนักมาก จะทำให้เปลืองน้ำมันและสึกหรอสูง

10. ใช้ระบบการใช้รถร่วมกัน หรือคาร์พูล (Car pool) ไปไหนมาไหน ที่หมายเดียวกัน ทางผ่านหรือใกล้เคียงกัน ควรใช้รถคันเดียวกัน

11. เดินทางเท่าที่จำเป็นจริงๆ เพื่อประหยัดน้ำมัน บางครั้งเรื่องบางเรื่องอาจจะติดต่อกันทางทรศัพท์ก็ได้ ประหยัดน้ำมันประหยัดเวลา

12. ไปซื้อของหรือไปธุระใกล้บ้านหรือใกล้ๆ ที่ทำงาน อาจจะเดินหรือใช้จักรยานบ้าง ไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ทุกครั้ง เป็นการออกกำลังกายและประหยัดน้ำมันด้วย

13. ก่อนไปพบใคร ควรโทรศัพท์ไปถามก่อนว่าเขาอยู่หรือไม่ จะได้ไม่เสียเที่ยว ไม่เสียเวลา ไม่เสียมันไปโดยเปล่าประโยชน์

14. สอบถามเส้นทางที่จะไปให้แน่ชัด หรือศึกษาแผนที่ให้ดีจะได้ไม่หลง ไม่เสียเวลา ไม่เปลืองน้ำมันในการวนหา

15. ควรใช้โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ อินเตอร์เน็ท หรือใช้บริการส่งเอกสาร แทนการเดินทางด้วยตัวเอง เพื่อประหยัดน้ำมัน

16. ไม่ควรเดินทางโดยไม่ได้วางแผนการเดินทาง ควรกำหนดเส้นทาง และช่วงเวลาการเดินทางที่เหมาะสมเพื่อประหยัดน้ำมัน

17. หมั่นศึกษาเส้นทางลัดเข้าไว้ ช่วยให้ไม่ต้องเดินทางยาวนานไม่ต้องเผชิญปัญหาจราจร ช่วยประหยัดทั้งเวลาและประหยัดน้ำมัน

18. ควรบับรถด้วยความเร็วคงที่ เลือกขับที่ความเร็ว 70-80กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 2,000-2,500 รอบเครื่องยนต์ ความเร็วระดับนี้ ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า

19. ไม่ควรขับรถลากเกียร์ เพราการลากเกียร์ต่ำนานๆ จะทำให้เครื่องยนต์หมุนรอบสูงกินน้ำมันมาก และเครื่องยนต์ร้อนจัดสึกหรอง่าย

20. ไม่ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งที่จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นเช่น การทำให้เกิดการต้านลมขณะวิ่ง หรือทำให้เครื่องยนต์ ไม่สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดี

21. ไม่ควรใช้น้ำมันเบนซินที่ออกเทนสูงเกินความจำเป็นของเครื่องยนต์ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

22. หมั่นเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ไส้กรองอากาศตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อประหยัดน้ำมัน

23. สำหรับเครื่องยนต์แบบเบนซิน ควรเลือกเติมน้ำมันเบนซินให้ถูกชนิด ถูกประเภท โดยเลือกตามค่าออกเทนที่เหมาะสมกับรถแต่ละยี่ห้อ (สังเกตจากฝาปิดถังน้ำมันด้านใน หรือรับคู่มือที่ปั้มน้ำมันใกล้บ้าน

24. ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ยามเช้าๆเปิดกระจกรับความเย็นจากลมธรรมชาติบ้างก็สดชื่นดี ประหยัดน้ำมันได้ด้วย

25. ไม่ควรเร่งเครื่องปรับอากาศในรถอย่างเต็มที่จนเกินความจำเป็นไม่เปิดแอร์แรงๆ จนรู้สึกหนาวเกินไป เพราะสิ้นเปลืองพลังงาน 

วิธีประหยัดไฟฟ้า

 26. ปิดสวิตช์ไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อเลิกใช้งาน สร้างให้เป็นนิสัยในการดับไฟทุกครั้งที่ออกจากห้อง

27. เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน ดูฉลากแสดงประสิทธิภาพให้แน่ใจทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ หากมีอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ต้องเลือกใช้เบอร์ 5

28. ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่จะไม่อยู่ในห้องเกิน 1 ชั่วโมงสำหรับเครื่องปรับอากาศทั่วไป และ 30 นาที สำหรับเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5

29. หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศบ่อยๆ เพื่อลดการเปลืองไฟในการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

30. ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่กำลังสบาย อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศา ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10

31. ไม่ควรปล่อยให้มีความเย็นรั่วไหลจากห้องที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ตรวจสอบและอุดรอยรั่วตามผนัง ฝ้าเพดาน ประตูช่องแสง และปิดประตูห้องทุกครั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศ

32. ลดและหลีกเลี่ยงการเก็บเอกสาร หรือวัสดุอื่นใดที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานในห้องที่มีครื่องปรับอากาศ เพื่อลดการสูญเสีย และใช้พลังงานในการปรับอากาศภายในอาคาร

33. ติดตั้งฉนวนกันความร้อนโดยรอบห้องที่มีการปรับอากาศเพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าภายในอาคาร

34. ใช้มูลี่กันสาดป้องกันแสงแดดส่องกระทบตัวอาคาร และบุฉนวนกันความร้อนตามหลังคาและฝาผนังเพื่อไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไป

35. หลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ห้องปรับอากาศ ติดตั้งและใช้อุปกรณ์ควบคุมการเปิด-ปิดประตูในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ

36. ควรปลูกต้นไม้รอบๆ อาคาร เพราะต้นไม้ขนาดใหญ่ 1 ต้นให้ความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน หรือให้ความเย็นประมาณ 12,000 บีทียู

37. ควรปลูกต้นไม้เพื่อช่วยบังแดดข้างบ้านหรือเหนือหลังคา เพื่อเครื่องปรับอากาศจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

38. ปลูกพืชคลุมดิน เพื่อช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชื้นให้กับดิน จะทำให้บ้านเย็น ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจนเกินไป

39. ในสำนักงาน ให้ปิดไฟ ปิดเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ในช่วงเวลา 12.00-13.00 น. จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้

40. ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเริ่มงาน และควรปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกใช้งานเล็กน้อย เพื่อประหยัดไฟ

41. เลือกซื้อพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรอง เพราะพัดลมที่ไม่ได้คุณภาพ มักเสียง่าย ทำให้สิ้นเปลือง

42. หากอากาศไม่ร้อนเกินไป ควรเปิดพัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ จะช่วยประหยัดไฟ ประหยัดเงินได้มากทีเดียว

43. ใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน ใช้หลอดผอมจอมประหยัดแทนหลอดอ้วน ใช้หลอดตะเกียบแทนหลอดไส้ หรือใช้หลอดคอมแพคท์ฟลูออเรสเซนต์

44. ควรใช้บัลลาสต์ประหยัดไฟ หรือบัลลาสต์อิเล็กโทรนิกคู่กับหลอดผอมจอมประหยัด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดไฟได้อีกมาก

45. ควรใช้โคมไฟแบบมีแผ่นสะท้อนแสงในห้องต่างๆ เพื่อช่วยให้แสงสว่างจากหลอดไฟ กระจายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้หลอดไฟฟ้าวัตต์สูง ช่วยประหยัดพลังงาน

46. หมั่นทำความสะอาดหลอดไฟที่บ้าน เพราะจะช่วยเพิ่มแสงสว่างโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากขึ้น ควรทำอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี

47. ใช้หลอดไฟที่มีวัตต์ต่ำ สำหรับบริเวณที่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้ทั้งคืน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือข้างนอก เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า

48. ควรตั้งโคมไฟที่โต๊ะทำงาน หรือติดตั้งไฟเฉพาะจุด แทนการเปิดไฟทั้งห้องเพื่อทำงาน จะประหยัดไฟลงไปได้มาก

49. ควรใช้สีอ่อนตกแต่งอาคาร ทาผนังนอกอาคารเพื่อการสะท้อนแสงที่ดี และทาภายในอาคารเพื่อทำให้ห้องสว่างได้มากกว่า

50. ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติให้มากที่สุด เช่น ติดตั้งกระจกหรือติดฟิล์มที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน แต่ยอมให้แสงผ่านเข้าได้เพื่อลดการใช้พลังงานเพื่อแสงสว่างภายในอาคาร

51. ถอดหลอดไฟออกครึ่งหนึ่งในบริเวณที่มีความต้องการใช้แสงสว่างน้อย หรือบริเวณที่มีแสงสว่างพอเพียงแล้ว

52. ปิดตู้เย็นให้สนิท ทำความสะอาดภายในตู้เย็น และแผ่นระบายความร้อนหลังตู้เย็นสม่ำเสมอ เพื่อให้ตู้เย็นไม่ต้องทำงานหนักและเปลืองไฟ

53. อย่าเปิดตู้เย็นบ่อย อย่านำของร้อนเข้าแช่ในตู้เย็น เพราะจะทำให้ตู้เย็นทำงานเพิ่มขึ้น กินไฟมากขึ้น

54. ตรวจสอบขอบยางประตูของตู้เย็นไม่ให้เสื่อมสภาพ เพราะจะทำให้ความเย็นรั่วออกมาได้ ทำให้สิ้นเปลืองไฟมากกว่าที่จำเป็น

55. เลือกขนาดตู้เย็นให้เหมาะสมกับขนาดครอบครัว อย่าใช้ตู้เย็นใหญ่เกินความจำเป็นเพราะกินไฟมากเกินไป และควรตั้งตู้เย็นไว้ห่างจากผนังบ้าน 15 ซม.

56. ควรละลายน้ำแข็งในตู้เย็นสม่ำเสมอ การปล่อยให้น้ำแข็งจับหนาเกินไป จะทำให้เครื่องต้องทำงานหนัก ทำให้กินไฟมาก

57. เลือกซื้อตู้เย็นประตูเดียว เนื่องจากตู้เย็น 2 ประตู จะกินไฟมากกว่าตู้เย็นประตูเดียวที่มีขนาดเท่ากัน เพราะต้องใช้ท่อน้ำยาทำความเย็นที่ยาวกว่า และใช้คอมเพรสเซอร์ขนาดใหญ่กว่า

58. ควรตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิของตู้เย็นให้เหมาะสม การตั้งที่ตัวเลขต่ำเกินไป อุณหภูมิจะเย็นน้อย ถ้าตั้งที่ตัวเลขสูงเกินไปจะเย็นมากเพื่อให้ประหยัดพลังงานควรตั้งที่เลขต่ำที่มีอุณหภูมิพอเหมาะ

59. ไม่ควรพรมน้ำจนแฉะเวลารีดผ้า เพราะต้องใช้ความร้อนในการรีดมากขึ้น เสียพลังงานมากขึ้น เสียค่าไฟเพิ่มขึ้น

60. ดึงปลั๊กออกก่อนการรีดเสื้อผ้าเสร็จ เพราะความร้อนที่เหลือในเตารีด ยังสามารถรีดต่อได้จนกระทั่งเสร็จ ช่วยประหยัดไฟฟ้า

61. เสียบปลั๊กครั้งเดียว ต้องรีดเสื้อให้เสร็จ ไม่ควรเสียบและถอดปลั๊กเตารีดบ่อยๆ เพราะการทำให้เตารีดร้อนแต่ละครั้งกินไฟมาก

62. ลด ละ เลี่ยง การใส่เสื้อสูท เพราะไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อน สิ้นเปลืองการตัด ซัก รีด และความจำเป็นในการเปิดเครื่องปรับอากาศ

63. ซักผ้าด้วยเครื่อง ควรใส่ผ้าให้เต็มกำลังของเครื่อง เพราะซัก1 ตัวกับซัก 20 ตัว ก็ต้องใช้น้ำในปริมาณเท่าๆ กัน

64. ไม่ควรอบผ้าด้วยเครื่อง เมื่อใช้เครื่องซักผ้า เพราะเปลืองไฟมาก ควรตากเสื้อผ้ากับแสงแดดหรือแสงธรรมชาติจะดีกว่า ทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า

65. ปิดโทรทัศน์ทันทีเมื่อไม่มีคนดู เพราะการเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีคนดู เป็นการสิ้นเปลืองไฟฟ้าโดยใช่เหตุ แถมยังต้องซ่อมเร็วอีกด้วย

66. ไม่ควรปรับจอโทรทัศน์ให้สว่างเกินไป และอย่าเปิดโทรทัศน์ให้เสียงดังเกินความจำเป็น เพราเปลืองไฟ ทำให้อายุเครื่องสั้นลงด้วย

67. อยู่บ้านเดียวกัน ดูโทรทัศน์รายการเดียวกัน ก็ควรจะดูเครื่องเดียวกัน ไม่ใช่ดูคนละเครื่อง คนละห้อง เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน

68. เช็ดผมให้แห้งก่อนเป่าผมทุกครั้ง ใช้เครื่องเป่าผมสำหรับแต่งทรงผม ไม่ควรใช้ทำให้ผมแห้ง เพราะต้องเป่านาน เปลืองไฟฟ้า

69. ใช้เตาแก๊สหุงต้มอาหาร ประหยัดกว่าใช้เตาไฟฟ้า เตาอบไฟฟ้าและควรติดตั้งวาล์วนิรภัย (Safety Value) เพื่อความปลอดภัยด้วย

70. เวลาหุงต้มอาหารด้วยเตาไฟฟ้า ควรจะปิดเตาก่อนอาหารสุก5 นาที เพราะความร้อนที่เตาจะร้อนต่ออีกอย่างน้อย 5 นาทีเพียงพอที่จะทำให้อาหารสุกได้

71. อย่าเสียบปลั๊กหม้อหุงข้าวไว้ เพราะระบบอุ่นจะทำงานตลอดเวลา ทำให้สิ้นเปลืองไฟเกินความจำเป็น

72. กาต้มน้ำไฟฟ้า ต้องดึงปลั๊กออกทันทีเมื่อน้ำเดือด อย่าเสียบไฟไว้เมื่อไม่มีคนอยู่ เพราะนอกจากจะไม่ประหยัดพลังงานแล้วยังอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้

73. แยกสวิตช์ไฟออกจากกัน ให้สามารถเปิดปิดได้เฉพาะจุด ไม่ใช้ปุ่มเดียวเปิดปิดทั้งชั้น ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองและสูญเปล่า

74. หลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ต้องมีการปล่อยความร้อนเช่น กาต้มน้ำ หม้อหุงต้ม ไว้ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ

75. ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และหมั่นทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่เสมอ จะทำให้ลดการสิ้นเปลืองไฟได้

76. อย่าเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ถ้าไม่ใช้งาน ติดตั้งระบบลดกระแสไฟฟ้าเข้าเครื่องเมื่อพักการทำงาน จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 35-40และถ้าหากปิดหน้าจอทันทีเมื่อไม่ใช้งาน จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 60

77. ดูสัญลักษณ์ Energy Star ก่อนเลือกซื้ออุปกรณ์สำนักงาน(เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องโทรสาร เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าเครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ) ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงาน ลดการใช้
กำลังไฟฟ้า เพราะจะมีระบบประหยัดไฟฟ้าอัตโนมัติ


วิธีประหยัดน้ำ 

78. ใช้น้ำอย่างประหยัด หมั่นตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำ เพื่อลดการสูญเสียน้ำอย่างเปล่าประโยชน์

79. ไม่ควรปล่อยให้น้ำไหลตลอดเวลาตอนล้างหน้า แปรงฟัน โกนหนวด และถูสบู่ตอนอาบน้ำ เพราะจะสูญน้ำไปโดยเปล่าประโยชน์ นาทีละหลายๆ ลิตร

80. ใช้สบู่เหลวแทนสบู่ก้อนเวลาล้างมือ เพราะการใช้สบู่ก้อนล้างมือจะใช้เวลามากกว่าการใช้สบู่เหลว และการใช้สบู่เหลวที่ไม่เข้มข้น จะใช้น้ำน้อยกว่าการล้างมือด้วยสบู่เหลวเข้มข้น

81. ซักผ้าด้วยมือ ควรรองน้ำใส่กาละมังแค่พอใช้ อย่าเปิดน้ำไหลทิ้งไว้ตลอดเวลาซัก เพราะสิ้นเปลืองกว่าการซักโดยวิธีการขังน้ำไว้ในกาละมัง

82. ใช้ Sprinkler หรือฝักบัวรดน้ำต้นไม้แทนการฉีดน้ำด้วยสายยาง จะประหยัดน้ำได้มากกว่า

83. ไม่ควรใช้สายยางและเปิดน้ำไหลตลอดเวลาในขณะที่ล้างรถเพราะจะใช้น้ำมากถึง 400 ลิตร แต่ถ้าล้างด้วยน้ำและฟองน้ำในกระป๋องหรือภาชนะบรรจุน้ำ จะลดการใช้น้ำได้มากถึง 300 ลิตรต่อการล้างหนึ่งครั้ง

84. ไม่ควรล้างรถบ่อยครั้งจนเกินไป เพราะนอกจากจะมีความสิ้นเปลืองน้ำแล้ว ยังทำให้เกิดสนิมที่ตัวถังได้ด้วย

85. ตรวจสอบท่อน้ำรั่วภายในบ้าน ด้วยการปิดก๊อกน้ำทุกตัวภายในบ้าน หลังจากทีทุกคนเข้านอน (หรือเวลาที่แน่ใจว่า ไม่มีใครใช้น้ำระยะหนึ่ง จดหมายเลขวัดน้ำไว้ ถ้าตอนเช้ามาตรเคลื่อนที่โดยที่ยังไม่มีใครเปิดน้ำใช้ ก็เรียกช่างมาตรวจซ่อมได้เลย)

86. ควรล้างพืชผักและผลไม้ในอ่างหรือภาชนะที่มีการกักเก็บน้ำไว้เพียงพอ เพราะการล้างด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อกน้ำโดยตรง จะใช้น้ำมากกว่า การล้างด้วยน้ำที่บรรจุไว้ในภาชนะถึงร้อยละ 50

87. ตรวจสอบชักโครกว่ามีจุดรั่วซึมหรือไม่ ให้ลองหยดสีผสมอาหารลงในถังพักน้ำ แล้วสังเกตดูที่คอห่าน หากมีน้ำสีลงมาโดยที่ไม่ได้กดชักโครก ให้รีบจัดการซ่อมได้เลย

88. ไม่ใช้ชักโครกเป็นที่ทิ้งเศษอาหาร กระดาษ สารเคมีทุกชนิดเพราะจะทำให้สูญเสียน้ำจากการชักโครก เพื่อไล่สิ่งของลงท่อ

89. ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ชักโครกประหยัดน้ำ ฝักบัวประหยัดน้ำ ก๊อกประหยัดน้ำ หัวฉีดประหยัดน้ำ เป็นต้น

90. ติด Areator หรือ อุปกรณ์เติมอากาศที่หัวก๊อก เพื่อช่วยเพิ่มอากาศให้แก่น้ำที่ไหลออกจากหัวก๊อก ลดปริมาณการไหลของน้ำ ช่วยประหยัดน้ำ

91. ไม่ควรรดน้ำต้นไม้ตอนแดดจัด เพราะน้ำจะระเหยหมดไปเปล่าๆ ให้รดตอนเช้าที่อากาศยังเย็นอยู่ การระเหยจะต่ำกว่าช่วยให้ประหยัดน้ำ

92. อย่าทิ้งน้ำดื่มที่เหลือในแก้วโดยไม่เกิดประโยชน์อันใด ใช้รดน้ำต้นไม้ ใช้ชำระพื้นผิว ใช้ชำระความสะอาดสิ่งต่างๆ ได้อีกมาก

93. ควรใช้เหยือกน้ำกับแก้วเปล่าในการบริการน้ำดื่ม และให้ผู้ที่ต้องการดื่มรินน้ำดื่มเอง และควรดื่มให้หมดทุกครั้ง

94. ล้างจานในภาชนะที่ขังน้ำไว้ จะประหยัดน้ำได้มากกว่าการล้างจานด้วยวิธีที่ปล่อยให้น้ำไหลจากก๊อกน้ำตลอดเวลา

95. ติดตั้งระบบน้ำให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเก็บและจ่ายน้ำตามแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานไปสูบและจ่ายน้ำภายในอาคาร


วิธีประหยัดพลังงานอื่นๆ 

96. อย่าใช้กระดาษหน้าเดียวทิ้ง ให้ใช้กระดาษอย่างคุ้มค่าใช้ทั้งสองหน้า ให้นึกเสมอว่า กระดาษแต่ละแผ่นย่อมหมายถึงต้นไม้หนึ่งต้นที่ต้องเสียไป

97. ในสำนักงานให้ใช้การส่งเอกสารต่อๆ กัน แทนการสำเนาเอกสารหลายๆ ชุด เพื่อประหยัดกระดาษ ประหยัดพลังงาน

98. ลดการสูญเสียกระดาษเพิ่มมากขึ้น ด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษปะหน้าโทรสาร ชนิดเต็มแผ่น และหันมาใช้กระดาษขนาดเล็ก ที่สามารถตัดพับบนโทรสารได้ง่าย

99. ใช้การส่งผ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยโมเด็ม หรือแผ่นดิสก์ แทนการส่งข่าวสารข้อมูลโดยเอกสาร ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดการใช้พลังงานได้มาก

100. หลีกเลี่ยงการใช้จานกระดาษ แก้วน้ำกระดาษ เวลาจัดงานสังสรรค์ต่างๆ เพราะสิ้นเปลืองพลังงานในการผลิต

101. รู้จักแยกแยะประเภทขยะ เพื่อช่วยลดขั้นตอน และลดพลังงานในการทำลายขยะ และทำให้ขยะทั้งหลายง่ายต่อการกำจัด

102. หนังสือพิมพ์อ่านเสร็จแล้วอย่าทิ้ง ให้เก็บไว้ขาย หรือพับถุง เก็บไว้ทำอะไรอย่างอื่น ใช้ซ้ำทุกครั้งถ้าทำได้ ช่วยลดการใช้พลังงานในการผลิต

103. ขึ้นลงชั้นเดียวหรือสองชั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ลิฟท์ จำไว้เสมอว่าการกดลิฟท์แต่ละครั้ง สูญเสียพลังงานถึง 7 บาท

104. งด เลิก บริโภคผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้งเลย เพราะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานในการผลิต ใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ้นเปลือง เพิ่มปริมาณขยะ เปลืองพลังงานในการกำจัดขยะ

105. ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ยากต่อการทำลาย เช่น โฟม หรือพลาสติก ควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reuse) หรือนำไปผ่านกระบวนการผลิตมาใช้ใหม่ได้ (Recycle)

106. สนับสนุนสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ เป็นวัสดุที่สามารถนำมาผ่านกระบวนการนำมาใช้ใหม่ (Recycle) เช่น แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติกบางประเภท โดยจัดให้มีการแยกขยะในครัวเรือนและในสำนักงาน

107. ให้ความร่วมมือ สนับสนุน หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่รณรงค์ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์พลังงาน

108. กระตุ้นเตือนให้ผู้อื่นช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยการติดสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายให้ช่วยประหยัดไฟ ตรงบริเวณใกล้สวิทช์ไฟ เพื่อเตือนให้ปิดเมื่อเลิกใช้แล้ว

 

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การตรวจสอบการใช้จ่ายวันลอยกระทง


วันลอยกระทง
ข้อบกพร่อง วันลอยกระทง
1. จ้างเหมาแต่งหน้า แต่งตัว ทำผม
2. จ้างเหมาประกอบอาหารและเครื่องดื่ม
3. จัดซื้อตุ๊กตาโมเดลสำหรับผู้เข้าประกวด
4. ค่าตอบแทนพิธีกร และค่าเช่าชุดพิธีกรพร้อมแต่งหน้า
5. ค่าของชำร่วย
6. ค่าจ้างนักร้อง วงดนตรี มหรสพต่าง ๆ การแสดงรำวงย้อนยุค
7. สนับสนุนชุมชนในการตกแต่งขบวนแห่กระทง
8. จัดทำสปอร์ตโฆษณาประชาสัมพันธ์

 

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
1. ระเบียบ มท.ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงินฯ พ..2547 ข้อ 67 กำหนดว่า อปท.จะจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันได้แต่เฉพาะที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือหนังสือสัง่ การกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้
    ดังนั้น การซื้อสิ่งของแจกให้ประชาชน จึงมิใช่ความหมายค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ และไม่มีระเบียบกำหนดจึงไม่สามารถเบิกจ่ายได้
2. หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท. 0313.4/ 1347 ลงวันที่ 19 ..2541เรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ ของ อปท. กำหนดให้ อปท.ถือปฏิบัติในการเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ ทั้งในกรณีที่ดำเนินการเองหรืออุดหนุนหน่วยงานอื่นโดยให้เบิกได้ตามงบประมาณที่ตั้งไว้ และเบิกจ่ายได้เท่าที่จำเป็นและประหยัดโดยคำนึงถึงฐานะการคลังของ อปท. เป็นสำคัญ

หนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
3. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.4/ 3722 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2555เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ ของ อปท. ดังนี้
1) ต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือมีกฎหมายให้อำนาจโดย อปท.ต้องกำหนดกิจกรรมที่จะดำเนินการไว้ในโครงการจัดงาน
2) กิจกรรมจะต้องเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนที่ให้ประโยชน์หรืออำนวยความสะดวกแกประชาชนทั่ว่ไป เช่น การให้ความรู้อันเป็นประโยชน์ หรือการส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญและรักษาไว้ซึ่งศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
3) กิจกรรมที่ดำเนินการจะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ หากไม่ดำเนินการกิจกรรมดังกล่าวจะทำให้โครงการไม่บรรลุวัตถุประสงค์
4) หากมีการจัดประกวด แข่งขัน มีการมอบรางวัล มูลค่ารางวัลต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับโครงการ โดยเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเหมาะสมและประหยัด 

หนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ 3475 ลงวันที่ 11 ..2550 เรื่องขอให้ทบทวนและกำหนดมาตรการป้องปราม กรณี อปท.ใช้งบประมาณทางราชการจัดซื้อสิ่งของแจกราษฎรโดยใส่ชื่อของตนลงบนสิ่งของ กำหนดว่า
1) วัสดุสิ่งของที่ อปท นำไปช่วยเหลือประชาชน หรือเงินอุดหนุนหน่วยงานอื่น โดยใช้งบประมาณของ อปท.ไม่สามารถระบุข้อความหรือรูปภาพหรือระบุชื่อหรือสัญลักษณ์อื่นใดของผู้ช่วยเหลือ แต่สามารถระบุได้เฉพาะชื่อหน่วยงานของ อปท.
2) การประชาสัมพันธ์ผลงานของ อปท. เช่น ป้ายประชาสัมพันธ์ แผ่นพับ ปฏิทิน เป็นต้นหากมีภาพกิจกรรมต่าง ๆ จะต้องเป็นกรณีที่องค์ประกอบของภาพบ่งบอกถึงกิจกรรมนั้น ๆ
3) การให้ความช่วยเหลือ จะกระทำได้เฉพาะกรณีจำเป็น และเป็นไปอย่างประหยัด และดำเนินการดังกล่าว จะต้องไม่ส่อไปในทางหาเสียง เพื่อผลประโยชน์ในทางการเมืองท้องถิ่น
4) อปท.ควรให้ความสำคัญในการจัดทำโครงการที่ใช้จ่ายงบประมาณในลักษณะที่ตอบสนองความต้องการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่สมควรตั้งงบประมาณในลักษณะฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นต่อการปฏิบัติราชการ หรือตั้งงบประมาณในลักษณะเป็นการประชาสัมพันธ์ส่วนบุคคล 

หนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
5. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ 1961 ลงวันที่ 8 .. 2556 เรื่อง ขอให้กำหนดมาตรการเพื่อใช้เป็นแนวทางกรณีการเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติงานที่ชัดเจน ดังนี้
1. การดำเนินการจัดงานต่างๆ ต้องอยู่ในอำนาจหน้าทีหรือมีกฎหมายให้อำนาจ โดย อปท.ต้องกำหนดกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการไว้ในโครงการจัดงาน
2. กิจกรรมจะต้องเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนที่ให้ประโยชน์หรืออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นการทั่ว ไป เช่น การจัดกิจกรรมให้ความรู้อันเป็นประโยชน์ หรือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญ และรักษาไว้ซึ่งศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
3. กิจกรรมที่ดำเนินการจะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ หากไม่ดำเนินการกิจกรรมดังกล่าวจะทำให้โครงการไม่บรรลุวัตถุประสงค์
4. หากโครงการที่มีการจัดการประกวด หรือแข่งขันและมีการมอบรางวัล มูลค่าต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับโครงการโดยเบิกค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เหมาะสม และประหยัด 

หนังสือซักซ้อม เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ จารีตประเพณีท้องถิ่น

6. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ 1639 ลงวันที่ 17 เม.. 2556 เรื่องหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ เกี่ยวกับการดูแลส่งเสริมและบำรุงรักษาจารีตประเพณีและวัฒนธรรมอันดีของ อปท. กำหนดว่า อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของ อปท. เกี่ยวกับการบำรุงรักษา จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น จะต้องมีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ หรืออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป เช่น การจัดกิจกรรม ส่งเสริมให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปในการปฏิบัติตามแบบอย่างประเพณี หรือวัฒนธรรมไทยมิใช่ส่งเสริมสนับสนุนหรือบำรุงจารีตประเพณี หรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น โดยการออกค่าใช้จ่ายให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่จะประกอบพิธีกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่บุคคลนั้นจะตอ้งกระทำตามประเพณี หรือวัฒนธรรมที่บุคลนั้นเชื่อถือ หรือปฏิบัติซึ่งบุคคลนั้นมีสิทธิ และเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.. ๒๕๕๐มาตรา ๓๗ โดยบุคคลนั้นจะต้องกระทำด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง

 
ข้อบกพร่อง งานวันลอยกระทง 

ข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
ข้อเสนอแนะ
1.โครงการประเพณีลอยกระทง เบิกจ่าย
ค่าจ้างเหมาแต่งหน้า แต่งกาย ทำผมขบวนแห่
ค่าจ้างเหมาประกอบอาหารและน้ำดื่มสำหรับ
เจ้าหน้าที่ (กลางวันและกลางคืน)
เ ป็น ก า ร ป ฏิบัติไ ม่ถูก ต้อ ง ต า ม ร ะ เ บีย บ
กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิก
จ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและตรวจเงิน
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.. 2547 ข้อ 67
ที่กำหนดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจ่ายเงิน
หรือก่อหนี้ผูกพันได้แต่เฉพาะที่กฎหมาย ระเบียบ
ข้อบังคับ หรือหนังสือสั่งการที่กระทรวงมหาดไทย
กำหนดไว้ และข้อ 73 กำหนดว่าการจ่ายเงินให้แก่
เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินทุกรายการ จะต้องมี
หลักฐานการจ่ายไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ซึ่งไม่มีระเบียบให้เบิกจ่ายได้
ให้เรียกเงินจากผู้รับผิดชอบส่งคืนคลังเทศบาลฯ
แล้วส่งสำเนาใบเสร็จรับเงินและหลักฐานการนำเงิน
ฝากธนาคารให้สำ นักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัด
ตรวจสอบ
กำชับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้อง
ศึกษาระเบียบ หนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย
ที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายแต่ละรายการให้เข้าใจ
และถือปฏิบัติให้ถูกต้องโดยเคร่งครัด
2. โครงการลอยกระทง เบิกค่าใช้จ่าย
ต่าง ๆ ได้แก่
1) จัดซื้อตุ๊กตาโมเดลสำ หรับผู้เข้า
ประกวด เทศบาลชี้แจงว่าได้ดำเนินการโครงการ
งานวันลองกระทง โดยมอบตุ๊กตาโมเดลเป็นของ
รางวัลในการแข่งขันให้กับผู้เข้าประกวดนางนพ
มาศทุกคน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและจูงใจให้มีผู้
เข้ามาสมัครประกวดเป็นนางนพมาศ อาศัยตาม
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0313.4/
1347 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2541 เรื่อง
ค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ ขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น
1) การจัดซื้อตุ๊กตาโมเดลสำ หรับผู้เข้า
ประกวดนางนพมาศ นั้นเห็นว่าเป็นการจัดซื้อที่
ไม่จำเป็นและประหยัด แม้ว่าเทศบาลจะชี้แจงว่าได้
มอบตุ๊กตาโมเดลเป็นของรางวัลในการแข่งขันให้กับผู้
เข้าประกวดนางนพมาศทุกคน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
และจูงใจให้ผู้เข้าประกวดมาสมัครเป็นนางนพมาศ
ก็ตาม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ..
2552 เห็นว่าการประกวดคือ แข่งขันเพื่อเลือก
เฟ้นเอาดี โดยมีการตัดสิน คำว่าเลือกเฟ้นเอาดี คือ
การกำหนดให้มีการลดหลั่นกันตามลำดับ ซึ่งผู้เข้า
ประกวดย่อมมีสิ่งจูงใจโดยต้องการได้ตำ แหน่ง
นางนพมาศและเงินรางวัลอยู่แล้ว และหากไม่ได้
ตำแหน่งก็ย่อมไม่ได้รางวัลซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
ของการประกวด การแข่งขันโดยทั่วไป ซึ่งต้องมี
 

 

 

ข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
ข้อเสนอแนะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2) ค่าตอบแทนพิธีกร และค่าเช่าชุด
พิธีกรพร้อมแต่งหน้า เทศบาลชี้แจงว่า มีพิธีกร
โดยได้เชิญบุคคลภายนอกซึ่งมีประสบการณ์ใน
การจัดงาน จึงเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้ ส่วนการ
เช่าชุดพร้อมแต่งหน้าพิธีกรเป็นการจ้างที่มุ่งเน้น
ให้พิธีกรมีการแต่งกายที่เข้ากับโครงการ
เนื่องจากเทศบาลกำหนดให้ผู้เข้าประกวดนาง
นพมาศทุกคนจะต้องแต่งกายด้วยชุดไทย พิธีกร
จึงต้องมีความจำเป็นที่จะต้องแต่งกายด้วยชุด
ไทยให้เข้ากับลักษณะงานที่จัดขึ้น ซึ่งการบริการ
ให้เช่าชุดไทยและอุปกรณ์การตกแต่ง โดยทั่วไป
จะมีราคาสูง เทศบาลจึงพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อ
เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับพิธีกรจึงได้
จ่ายค่าชุดเพิ่มขึ้น
 
เกณฑ์การตัดสินแพ้-ชนะ
กรณีดังกล่าวถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามหนังสือ
กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0313.4/ 1347 ลงวันที่
19 พฤษภาคม 2541 เรื่อง ค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
ต่าง ๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบกับ
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.4/ 3722
ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2555 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจ
เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ ขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น
2) กรณีการเบิกจ่ายค่าจ้างพิธีกรและเบิกจ่าย
ค่าเช่าชุดพิธีกรพร้อมแต่งหน้า กรณีนี้ถือเป็นการ
เบิกจ่ายที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น เนื่องจากการจ้าง
พิธีกรได้มีการจ่ายเงินค่าตอบแทนไปแล้ว และหาก
ต้องการพิธีกรที่มีประสบการณ์โดยตรง (มืออาชีพ)
ตามปกติบุคคลดังกล่าวจะต้องมีการเตรียมความ
พร้อม ทั้งในด้านการพูดจาหรือเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
ของตนเองอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังพิจารณาได้ว่า
การจ้างพิธีกรในงานดังกล่าวไม่มีความจำเป็นที่
จะต้องจ้างพิธีกรมืออาชีพ เพราะเทศบาลมีบุคลากร
ที่มีหน้าที่ด้านนี้โดยตรง และมีประสิทธิภาพศักยภาพ
ควรที่จะใช้บุคลากรของตนเอง เพื่อถือเป็นการ
ประสานสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนกับเทศบาล ให้มี
ความใกล้ชิดมากขึ้น
       ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหา
ผู้รับผิดชอบ กรณีการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ หนังสือ
สั่งการ หรือการเบิกจ่ายโดยไม่มีระเบียบกำหนดให้
เบิกจ่าย ทำ ให้ราชการต้องจ่ายเงินดังกล่าว
หากพบว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ หนังสือ
สั่งการ ให้นำเงินส่งคืนคลัง กรณีไม่เห็นด้วยให้ทำ
หนังสือหารือกระทรวงมหาดไทยเพื่อหาข้อยุติต่อไป
 
3. เบิกจ่ายเงินค่าของชำรวยในงานประเพณี
ลอยกระทง
เทศบาลชี้แจงว่า การจัดซื้อของชำร่วย
ตามโครงการจัดงานประเพณีลอยกระทง อาศัย
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของ
หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ..2543
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) ..2545 และเป็น
 
โครงการจัดงานประเพณีลอยกระทงประจำปี
ของ อปท. เป็นการส่งเสริมบำรุงรักษาจารีตประเพณี
ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น อันเป็น
การจัดการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของ
ประชาชนในท้องถิ่นตามอำนาจหน้าที่ของ อปท.
ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการเบิกจ่ายเงินค่าของ
ชำร่วย มิใช่จารีตประเพณีท้องถิ่นและสาระสำคัญ
 
ข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
ข้อเสนอแนะ
งานประเพณีท้องถิ่นมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชน
มีส่วนร่วมในการส่งเสริมบำรุงวัฒนธรรมอันดี
ของท้องถิ่นอยู่ในอำนาจของเทศบาล
 
ของการจัดงาน แต่เป็นค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น
และไม่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ในพื้นที่อย่างแท้จริง
เป็นการไม่ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย
ที่ มท 0313.4/ 1347 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2541
เรื่อง ค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ ขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ที่กำหนดให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ ทั้งใน
กรณีที่ดำเนินการเองหรืออุดหนุนหน่วยงานอื่น
โดยให้เบิกได้ตามงบประมาณที่ตั้งไว้และเบิกจ่ายได้
เท่าที่จำเป็นและประหยัด โดยคำนึงถึงฐานะการคลัง
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นสำคัญ
ให้เรียกเงินจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบส่งคืนคลัง
และสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจัดทำโครงการ
หรือกิจกรรมที่ตอบสนองกับความต้องการและ
การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
อย่างแท้จริง และผู้มีอำนาจอนุมัติต้องกำกับดูแล
ตรวจสอบโครงการหรือกิจกรรมให้สอดคล้องกับ
อำนาจหน้าที่ของ อปท.และระเบียบการเบิกจ่ายเงิน
ในเรื่องดังกล่าวโดยเคร่งครัด เพื่อป้องกันมิให้เกิด
กรณีเช่นนี้อีก
4. การเบิกจ่ายเงินโครงการจัดงานประเพณี
ลอยกระทง ดังนี้
- จ้างเหมาวงดนตรีลูกทุ่งจ่านักร้อง
- จ้างเหมาวงดนตรีลูกทุ่ง MBG มีเดีย กรุ๊ป
- จ้างเหมาจัดหานักแสดง
เทศบาลชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวมี
วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมฟื้นฟูและอนุรักษ์ไว้ซึ่ง
ขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อให้ข้าราชการ
นักเรียน นักศึกษา ตลอกจนพ่อค้าประชาชน
ทั่วไปได้เข้าร่วมประเพณีสงกรานต์ เสริมสร้าง
ความสามัคคีในหมู่ประชาชน ก่อให้เกิดความ
เข้มแข็งในชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยว
เป็นการไม่ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวง
 
มหาดไทย ที่ มท 0313.4/ 1347 เรื่อง ค่าใช้จ่ายใน
การจัดงานต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ซึ่งกำหนดให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่างๆ ได้
เท่าที่จำเป็นและประหยัด โดยคำนึงถึงฐานะการคลัง
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นสำคัญ ประกอบ
กับหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.4/
3722 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายใน
การจัดงานต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ขอให้เรียกเงินคืนจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
ส่งคืนคลังเทศบาลโดยเร็ว
ขอให้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ให้ปฏิบัติ
ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวโดยเคร่งครัด
และในโอกาสต่อไปการดำ เนินการโครงการใน
ลักษณะดังกล่าวควรคำนึงถึงฐานะการคลังของ
เทศบาลเป็นสำคัญ
 

 

 

ข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
ข้อเสนอแนะ
5. ค่าใช้จ่ายในการจัดงานประเพณีลอย
กระทงแห่โคมยี่เป็ง ในจำนวนนี้มีค่าจ้างเหมา
ดนตรี เครื่องขยายเสียง อุปกรณ์พร้อมติดตั้ง
และค่าจ้างเหมาการแสดงแสงสีเสียง ซึ่งเป็น
ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น
เทศบาลฯชี้แจงว่า การเบิกจ่ายได้ปฏิบัติตาม
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0313.4/
เรื่อง ค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่างๆ ขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งการจัดงานดังกล่าวเป็น
การส่งเสริมให้ประชาชน เยาวชนในพื้นที่ได้มี
ส่วนร่วมในการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม และ
เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดฯ เห็นว่า
การจ้างเหมา นักร้อง และหางเครื่อง และการจ้าง
เหมาการแสดงแสงสีเสียงในการจัดงานประเพณีลอย
กระทงยี่เป็ง เป็นการจัดหาเพื่อให้งานเกิดความ
สนุกสนาน ความบันเทิง ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่ใช่
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบำรุงศิลปะ จารีต ประเพณี
และวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น แต่เป็นค่าใช้จ่าย
ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น ไม่ใช่กิจกรรมโดยตรงใน
การจัดงานประเพณีลอยกระทงแห่โคมยี่เป็ง
ให้หาผู้รับผิดชอบนำ เงินส่งคืนคลังเทศบาล
โดยเร็ว
 
6. เบิกจ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจาก
ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและเหมาะสม ในการจัดงาน
ตามโครงการสืบสานงานลอยกระทงและแข่งขัน
เรือยาวประเพณี ปี 2555 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้
ประชาชนตระหนักถึงวัฒนธรรมอันดีที่ควร
สืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรม ได้เบิกจ่ายเงิน
เป็นค่าจ้างเหมาประกอบอาหารและเครื่องดื่ม
สำหรับเลี้ยงผู้เข้าร่วมงาน
 
เมื่อพิจารณาตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการ
แต่ละโครงการแล้วเห็นว่า ถึงแม้ไม่มีการดำเนิน
กิจกรรมตามรายการดังกล่าว อบต.ก็สามารถ
ดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้โดย
ไม่ต้องใช้จ่ายงบประมาณ จึงเป็นการใช้จ่ายเงิน
งบประมาณที่เกินความจำเป็นในการจัดงานและ
ไม่เป็นการประหยัด ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย
ที่ มท. 0313.4/ 1347 เรื่อง ค่าใช้จ่ายในการ
จัดงานต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ขอให้ผู้บริหาร อบต. ซึ่งเป็นผู้อนุมัติโครงการ
และอนุมัติการเบิกจ่ายเงินพิจารณา ทบทวน และ
ระมัดระวังการใช้จ่ายเงินงบประมาณในลักษณะ
ดังกล่าว โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนโดย
ส่วนรวมพึงได้รับ ใช้จ่ายงบประมาณโดยเน้นภารกิจ
หลักในการจัดระบบบริการสาธารณะสนับสนุนการ
แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และปรับปรุงคุณภาพ
ชีวิตของประชาชน และในคราวต่อไปต้องไม่
พิจารณาตั้งงบประมาณในลักษณะดังกล่าวอีก
7. เทศบาลจัดโครงการจัดงานประเพณี
ลอยกระทง มีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่ไม่มี
ระเบียบหรือหนังสือสั่งการให้เบิกจ่ายได้ และ
เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานประเพณี เป็น
การใช้เงินงบประมาณที่เกินความจำเป็น ได้แก่
จ้างเหมาศิลปินวงแท็กซี่ และวงแบน จ้างเหมา
 
เวทีการแสดงพร้อมระบบแสงสีเสียง จ้างเหมา
เป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวง
มหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.. 2547 และ
ที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 67 ที่กำหนดว่า องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นจะจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันได้แต่เฉพาะ
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือหนังสือสั่งการที่
 
ข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
ข้อเสนอแนะ
รำ วงย้อนยุค จ้างวงดนตรีลูกทุ่งแสดงสด
จ้างเหมาพลุและดอกไม้ไฟ จ้างเหมาจัดทำขบวน
แห่กระทง 3 ชุมชน ค่าอาหาร 2 วัน และ
ค่าเครื่องดื่มและรายการวัสดุ 11 รายการ
 
กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้หนังสือกระทรวง
มหาดไทย ที่ มท 0808.2/ 3475 ลงวันที่ 11
ตุลาคม 2550 เรื่อง ขอให้ทบทวนและกำ หนด
มาตรการป้องปรามกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ใช้เงินงบประมาณของทางราชการจัดซื้อสิ่งของแจก
ให้ราษฎรโดยใส่ชื่อของตนลงบนสิ่งของ ข้อ 4
ที่กำหนดว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรให้
ความสำ คัญในการจัดทำ โครงการที่ใช้จ่าย
งบประมาณในลักษณะที่ตอบสนองความต้องการ
และแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างจริงจัง
ไม่สมควรตั้งงบประมาณในลักษณะฟุ่มเฟือยเกิน
ความจำเป็นต่อการปฏิบัติราชการ และหนังสือ
กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.4/ 3722 ลงวันที่
10 สิงหาคม 2555 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับ
ค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่าง ๆ ขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น
จากการตรวจสอบพบว่า มีการเบิกจ่ายเป็น
ค่าจ้างเหมาจัดการแสดงของศิลปินนักร้องกบ
วงแท็กซี่และวงแบน ซึ่งการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
มหรสพ ดนตรี นักร้อง นักแสดง เป็นการสิ้นเปลือง
ฟุ่มเฟือยและไม่ประหยัดงบประมาณ เป็นค่าใช้จ่ายที่
ไม่มีระเบียบหรือหนังสือสั่งการให้เบิกจ่ายได้ และ
ไม่เกี่ยวข้องกับงานประเพณีตามวัฒนธรรม
ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติเทศบาล มาตรา 50 (8)
บำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ
วัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น วัตถุประสงค์เพื่อสืบสาน
วัฒนธรรมประเพณี และขอขมาแต่แม่คงคา อีกทั้ง
ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดงาน 2 วัน เพราะวันลอยกระทง
ตามวัตถุประสงค์มีเพียงวันเดียว ควรเป็นโครงการ
ที่ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมประเพณีของประชาชน
หากไม่ดำเนินการกิจกรรมดังกล่าว จะทำให้โครงการ
ไม่บรรลุวัตถุประสงค์
การจ้างเหมาชุมชนทำขบวนแห่กระทง 3 ชุมชน
ซึ่งตามวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อส่งเสริมงาน
ฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ มีการประกวดกระทง
แข่งกัน ในการดำ เนินการประกวดกระทงและ
นางนพมาศ มีเงินรางวัล ของขวัญ และโล่เกียรติยศ

 

 

ข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
ข้อเสนอแนะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
8. การส่งใช้เงินยืมค่าใช้จ่ายตามโครงการวัน
ลอยกระทงเทศบาล ในจำ นวนนี้มีการเบิก
ค่าใช้จ่ายในการดำ เนินการตามโครงการ
ดังต่อไปนี้
(1) เงินสนับสนุนชุมชนจัดทำรถบุพชาติ
(กระทง) จำนวน 6 คัน
(2) เงินค่าสนับสนุนค่าแต่งหน้า-แต่งตัว
หนูน้อยนพมาศ จำนวน 36 คน
(3) ค่าจ้างเหมาการแสดงดนตรี พร้อม
กิจกรรมบนเวทีของนักแสดง เพื่อแสดงในงาน
ตามโครงการวันลอยกระทง
(4) ค่าจ้างเหมาจัดทำสปอร์ตโฆษณา
เพื่อประชาสัมพันธ์งานประเพณีลอยกระทง
เทศบาลกำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดทำ
โครงการ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริมและสืบ
สานวัฒนธรรมประเพณีให้คงอยู่สืบไป เพื่อเป็น
การฟื้นฟู ส่งเสริมการแต่งกายแบบไทยและการ
ประดิษฐ์กระทงอันเป็นวัฒนธรรมของไทย เพื่อ
เป็นศูนย์กลางให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชน
ได้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นการส่งเสริมความสามัคคี
 
สำหรับผู้ได้รับรางวัล ดังนั้น ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจึงไม่มี
ระเบียบใดให้เบิกจ่าย
เบิกค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่และ
ผู้เข้าร่วมงานทั้ง 2 วัน เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีระเบียบ
ใดกำหนดให้เบิกจ่ายได้ และไม่มีหลักฐานลายมือชื่อ
เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานการเบิกจ่ายแต่อย่างใด
ขอให้แต่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณี
ผู้บริหารของเทศบาลอนุมัติโครงการ และผู้จัดทำ
โครงการตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับประเพณี
วัฒนธรรม ฟุ่มเฟือยไม่ประหยัด ทำให้ทางราชการ
เสียหาย โดยให้ลงโทษทางวินัยกับผู้บริหารเทศบาล
และเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และเรียกเงินกับ
ผู้รับ ผิด ช อ บ นำ ส่ง คืน ค ลัง เ ท ศ บ า ล ต า ม
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
..2539 ต่อไป
      การส่งเสริมให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการจัด
กิจกรรมวันลอยกระทง ควรใช้วิธีขอความร่วมมือ
จากหน่วยงานต่างๆ ให้ร่วมกันสนับสนุน อนุรักษ์
ส่งเสริม และสืบทอดงานประเพณีอันดีงานของไทย
ให้คงอยู่ในรูปแบบต่างๆ ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วม
โครงการเห็นความสำ คัญและรักษาไว้ซึ่งศิลปะ
ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ไม่ควรใช้วิธี
ให้เงินสนับสนุนนอกจากจะไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่
ของเทศบาลที่จะกระทำ ได้แล้ว ยังเป็นการใช้
ง บ ป ร ะ ม า ณ ที่ฟุ่ม เ ฟือ ย เ กิน ค ว า ม จำ เ ป็น
ไม่ระเบียบหรือหนังสือสั่งการให้เบิกจ่ายได้ เป็นการ
ปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวง มหาดไทย
ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน และ
การตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
..2547 ข้อ 67
ขอให้เรียกเงินค่าใช้จ่ายตามโครงการวันลอย
กระทง จากผู้ต้องรับผิดชอบนำส่งคืนคลังเทศบาล
และกำ ชับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้ปฏิบัติตาม
ระเบียบและหนังสือสั่งการของกระทรวง มหาดไทย
ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ไม่ให้ใช้งบประมาณใน
ลักษณะที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น และให้ปฏิบัติ

 

 

ข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
ข้อเสนอแนะ
 
 
 
 
9. เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดงานประเพณี
โ ค ร ง ก า ร จัด ง า น ป ร ะ เ พ ณีล อ ย ก ร ะ ท ง
เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรื่นเริง การแสดงรำวง
ย้อนยุค
 
ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.4/
3722 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย
ในการจัดงานต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อย่างเคร่งครัด
     ซึ่งผู้เป็นเจ้าของรำวงย้อนยุคสามารถหารายได้
เกี่ยวกับการรื่นเริงดังกล่าวโดยไม่จำเป็นต้องจ้างมา
แสดง และไม่ใช่รายจ่ายอื่นที่จำเป็นสำหรับการจัด
งานประเพณีลอยกระทง และไม่ใช้การจ่ายเพื่อ
อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป
ดังนั้นจึงไม่สามารถเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณ
ได้ เป็นการไม่ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย
ที่ มท 0313.4/ 1347 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม
2551 เรื่อง ค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่างๆ ขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จำเป็นและ
ประหยัด โดยคำนึงถึงฐานะการคลังขององค์การ
บริหารส่วนตำบล
 
10. เบิกจ่ายเงิน โครงการอนุรักษ์สืบสาน
ประเพณีลองกระทง ประจำปี 2555 จากการ
ตรวจสอบพบว่า ค่าใช้สอย เพื่อเป็นค่าตกแต่งรถ
ขบวนแห่กระทงให้กับชุมชนต่างๆ จำ นวน
10 ชุมชน
 
โดยการเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงานประเพณี
ลอยกระทงดังกล่าวเป็นการออกค่าใช้จ่ายให้กับ
ชุมชนซึ่งมิใช่หน่วยงานตามโครงการขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น จึงไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ
เ ท ศ บ า ล จึง เ ป็น ก า ร ไ ม่ป ฏิบัติต า ม ห นัง สือ
กระทรวงมหาดไทยที่ มท 0313.4/ 1347
ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2541 เรื่อง ค่าใช่จ่ายในการ
จัดงานต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สรุปว่า
ในการเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่างๆ ทั้งในกรณีที่
ดำเนินการเองหรืออุดหนุนหน่วยงานอื่นให้เบิกได้
ตามงบประมาณที่ตั้งไว้และเบิกจ่ายได้เท่าที่จำเป็น
และประหยัดประกอบแนวทางตามหนังสือ
กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.4/12583 ลงวันที่
16 พฤศจิกายน 2553 เรื่อง ขอหารือการเบิก
จ่ายเงินสนับสนุนในโครงการประเพณีลอยกระทง
ประจำปี 2551
กรณีดังกล่าวหากไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติให้
เทศบาลทำหนังสือหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย
เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป เพราะหากเกิด
ข้อบกพร่องและเป็นเหตุให้เทศบาลได้รับความ
เสียหาย เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือผู้เกี่ยวข้องต้อง
 
ข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
ข้อเสนอแนะ
 
รับผิดตามกฎหมายและตามระเบียบคณะกรรมการ
ตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยงบประมาณและการคลัง
.. 2544
11. การเบิกค่าใช้จ่ายตามโครงการจัดงาน
ประเพณีลอยกระทง โดยมีการเบิกค่าใช้จ่าย
ในการดำเนินการดังนี้
- เบิกจ่ายค่าจ้างเหมาทำพลุการแสดง
- เบิกจ่ายค่าจ้างเหมาการแสดงคณะตลก
- ส่งใช้เงินยืมเป็นค่าสนับสนุนโครงการจัด
งานประเพณีลอยกระทง ในจำนวนนี้มีการเบิก
ค่าใช้จ่ายดังนี้
1. ค่าสนับสนุนหมู่บ้านและหน่วยงานที่
นำรถยนต์พร้อมตกแต่งเข้ารวมขบวนแห่ จำนวน
13 คัน
2. ค่าสนับสนุนการเช่าชุดแต่งกายพร้อม
แต่งหน้าสำหรับโรงเรียนที่ส่งผู้เข้าร่วมหรือโคม
ประทีปเข้าร่วมขบวน
3. ค่าสนับสนุนการเช่าชุดแต่งกายพร้อม
แต่งหน้านางนพมาศ
4. ค่าสนับสนุนการแต่งกายของโรงเรียน
และกลุ่มมวลชนที่เข้าร่วมการแสดงบนเวที
6 หน่วย
 
การส่งเสริมให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการจัด
กิจกรรมวันลอยกระทง ควรใช้วิธีขอความร่วมมือ
จากหน่วยงานต่างๆ ให้ร่วมกันสนับสนุน อนุรักษ์
ส่งเสริม และสืบทอดงานประเพณีอันดีงามของไทย
ให้คงอยู่ในรูปแบบต่างๆ ไม่ควรใช้วิธีให้เงินสนับสนุน
นอกจากจะไม่อยู่ในอำ นาจหน้าที่ของเทศบาล
ที่จะกระทำแล้วยังเป็นการใช้งบประมาณที่ฟุ่มเฟือย
เกินความจำเป็น
การให้เงินสนับสนุนโรงเรียนซึ่งเป็นหน่วยงาน
ของรัฐและเอกชน ซึ่งมีงบประมาณของตนเอง และ
ไม่ใช่โรงเรียนในสังกัดเทศบาล จึงไม่อยู่ในอำนาจ
หน้าที่ของเทศบาลที่จะกระทำได้
การจ้างเหมาการแสดงตลก การจ้างเหมาทำพลุ
แสดง เป็นการใช้งบประมาณจำนวนมาก และไม่ได้
ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการเห็นความสำคัญและ
รัก ษ าไว้ซึ่ง ศิลปะ ประเพณีแ ล ะ วัฒนธรรม
อันดีของท้องถิ่น เป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตาม
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การ
จ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการ
ตรวจเงินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.. 2547 ข้อ
67 และหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ด่วน
มาก ที่ มท 0808.2/ 2072 ลงวันที่ 14 มิถุนายน
2554 เรื่อง ซักซ้อมแนวทางการจัดทำงบประมาณ
รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.. 2555 ขององค์
ปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อ 4
ขอให้เรียกเงินใช้จ่ายตามโครงการจัดงาน
ประเพณีลอยกระทง จากผู้ต้องรับผิดชอบนำส่งคืน
คลังเทศบาล และกำชับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้
ปฏิบัติตามระเบียบและหนังสือกระทรวงมหาดไทย
ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ไม่ให้ใช้งบประมาณ
ในลักษณะที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น และให้ปฏิบัติ
ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/
3722 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2555 เรื่อง ซักซ้อม
ความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดการต่างๆของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด